ความเชื่อเรื่องครูหรือครูหมอโนรา
“ครู” ตามความหมายของโนรามีสองความหมาย ความหมายแรกคือ ผู้สอนวิชาการร้องรำโนราแก่ตนเอง หรือแก่บรรพบุรุพของตน เช่น แก่ปู่หรือแก่บิดาเป็นต้น ความหมายที่สอง หมายถึง บรรพบุรุษหรือผู้ให้กำเนิดโนรา ความหมายนี้เรียกอีกอย่างว่า “ตายายโนรา” และนับเป็นครูต้น “ครูต้น” คือบรมครูต้นสายผู้ให้วิชาโนราสืบทอดมา
ครูต้นของโนรามี 12 องค์ เรียก “สิบสองหัวช้างสิบสองหัวเชียก” ครูเหล่านั้นมีความสำคัญดั่งหัวช้าง และเป็นครูรุ่นแรกที่เรียกว่า “หัวเชียก” (เชือก) เช่น พระยาสายฟ้าฟาด พระเทพสิงหร ขุนศรัทธา แม่นวลทองสำลี แม่ศรีมาลา แม่แขนอ่อนเป็นต้น
ครูหมอโนรายังรวมถึงบรรพบุรุษของโนราที่เคยเป็นโนราในอดีต ซึ่งเรียกว่าตายายโนรา ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นทั้งลูกศิษย์และลูกหลานของครูต้นด้วย เนื่องจากตำนานกำเนิดโนรานั้น ความรู้ของโนราเป็นความรู้ของเทพยดาที่มาบังเกิดในร่างของมนุษย์และสั่งสอนกันสืบมา ดังนั้นคนที่เป็นโนราจึงอาจจะถือได้ว่าเป็นผู้มีโนราในอดีตที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงเทพที่เป็นครูโนราอยู่ในสายโลหิตของตน โนราในละแวกเดียวกันจึงถือว่าพวกตนเป็นพี่น้องกัน สามารถนับญาติถึงกันหรือสำนวณใต้ที่เรียกว่า “สาวย่านถึงกัน” ได้อย่างน้อยก็ในทางหลักการ
ความเชื่อเรื่องตายายที่ล่วงลับไป
จะมีการจัดพิธีเพื่อตายายเพราะเชื่อกันว่าจะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ลูกหลาน เป็นพิธีกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจบรรพบุรุษที่ดูแลปกป้องรักษาลูกหลานตลอดจนได้ช่วยแก้ไขความทุกข์ยากในกรณีต่าง ๆ โดยมีนายโรงโนราเป็นผู้ดำเนินพิธี มีเจ้าของงานเป็นผู้เข้าร่วมพิธีและคนในชุมชนเป็นผู้ชม ในการดำเนินพิธีกรรมมีความสะเทือนใจที่ลึกซึ้งแฝงอยู่ประหนึ่งรสที่ได้ชมจากการแสดง มีทั้งตลก ตื่นเต้นและสะเทือนใจ
ตามปกติแล้วโนราโรงครูคือพันธสัญญาระหว่างคนเป็นกับคนตาย ที่ตกลงกันไว้กับตายายผ่านทางร่างทรง ซึ่งเป็นคนในสายตระกูลที่ถูกเลือกโดย “ตายาย” ให้ทำหน้าที่เป็นร่างผ่านทุกคราวที่ทำพิธีจนกว่าจะสิ้นอายุขัย
การตกลงจัดพิธีกับตายาย นั้นตกลงกันเมื่อมีการจัดพิธีในครั้งก่อนว่าจะจัดครั้งต่อไปเมื่อใด ซึ่งอาจมีระยะห่างในการประกอบพิธีแต่ละครั้งไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับพันธสัญญา เช่น ทุกปี ปีเว้นปี ทุกสามปี ทุกเจ็ดปี หรืออาจนานกว่านั้น แต่จะละเลยไม่ได้เพราะมีความเชื่อกันว่าจะมีอันเป็นไป โนราจะเชิญตายายมาทรงทีละคน ๆ จนหมด นับแต่ตายายตั้งแต่บรรพบุรุษ ขุนศรีศรัทธาและศรีมาลาจนถึงญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไปแล้ว
โนรา โรงครู จึงเป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวกับความเชื่อที่มีบทบาทต่อวิถีชีวิตและสังคมของชาว ภาคใต้โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโนราและผู้มีเชื้อสายโนรา
โดยมีฐานความเชื่อว่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่ตาย ไปแล้วนั้นแท้จริงยังไม่ได้ไปไหน
ยังอยู่คอยปกปักรักษาชีวิตของลูกหลาน
ไว้อยู่รอดปลอดภัยดี มีความมั่งคั่งมั่นคง
ตายายเหล่านี้จะมีโอกาสมาพบลูกหลานได้โดยมีโนราโรงครูเป็นพิธีกรรมที่ทำหน้าที่เปิดประตูปรโลกกับปัจจุบันให้บรรจบกันภายในโรงพิธี
บ้าน ไหนที่มีการรำโนราห์ จะมีญาติพี่น้องในครอบครัว และเหล่าเพื่อนบ้านในชุมชน จะเข้ามาช่วยงานกัน ใครมีอะไรก็จะเอามาช่วยเหลือจุนเจือกัน สำหรับครูหมอมโนราห์ ถือว่าเป็นความเชื่อของคนในชุมชน สิ่งที่ได้จากความเชื่อเหล่านี้คือความรักความสามัคคีในครอบครัว และคนในชุมชน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เอื้ออาทรต่อกัน เกิดเป็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่ยั่งยืน
0 comments:
แสดงความคิดเห็น